T R C fan club

Author Archive

ทันหุ้น  เดินหน้าหาทางออกให้กับบริษัท กระโดดเกาะพาร์เนอร์ท  CLOUGH Ž ในประเทศไทย ร่วมลงทุน หวังต่อยอดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจในอนาคต ด้านŽสมัย ลี้สกุลŽตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 2,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนมีรายได้ 1,814 ล้านบาท เหตุBack log ในมือมีตุ้นเพียบกว่า 1,500 ล้านบาท รับรู้เข้ามากว่า90% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นที่ 15% ชี้ไม่ถึงฝัน ลดลงจากปีก่อนที่19.62% ส่วนโครงการราชเพลิน ลุ้นหาเพื่อนคู่ใจคนใหม่ ฝันดีลจะจบเดือนพ.ค.นี้

     นายสมัย ลี้สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) TRC เปิดเผยว่า บริษัทฯมีแผนร่วมลงทุนกับบริษัท CLOUGH ในประเทศไทย ซึ่งมีบริษัทแม่อยู่ในประเทศออสเตรเลีย เพื่อร่วมทุนจัดตั้งบริษัทใหม่ในสัดส่วน 50:50 และคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนเม.ย.นี้  โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มทยอยรับงานภายในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้เพื่อขยายงานแท่นขุดเจาะก๊าซในทะเล โดยธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูง

     นอกจากนี้ บริษัทได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท อเมซอน เอนเนอยี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทฯจากประเทศไนจีเรีย ทั้งนี้เป็นการต่อยอดธุรกิจ ในการเข้าประมูลงานในประเทศดังกล่าว โดยบริษัทฯได้ยื่นประมูลไปแล้วกว่า 5 โครงการ ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวม 1,200 -1,500 ล้านบาท

    เรามองว่าแนวโน้มของเศรษฐกิจโลก ในช่วงไตรมาส 2- 3/2552 ยังน่าเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจของประเทศตะวันออกกลาง และสิงคโปร์ แต่ทั้งนี้บริษัทฯได้พยายามเดินหน้าและขยายการรับงานไปยังงาน off shore มากขึ้น ซึ่งงานดังกล่าวเป็นงานที่ไม่ค่อยมีคู่แข่งมาก ดังนั้นถ้าเราดีลจบกับ CLOUGH ได้ใน 2-3 ปีข้างหน้าเราก็คงจะมีงานเพิ่มขึ้น” นายสมัย กล่าว

     สำหรับงบการลงทุนในปีนี้ บริษัทเตรียมงบลงทุนไว้ 80 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้า SPP ที่ลาดกระบังของกลุ่ม PTT และ EGCO ที่ร่วมถือหุ้นกันสัดส่วน 35%

    ในปี 2552 งานในประเทศยังเป็นตลาดหลักของเรา โดยเฉพาะงานวางท่อก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นงานที่เราถนัดและฝากฝีมือในวงการนี้มายาวนาน ในปีนี้ก็ยังมีต่อเนื่องและมีงานใหม่เข้ามาเพิ่มด้วย โดยนอกจากงานท่อขนาดเล็กเพื่อส่งไปยังผู้ใช้ปลายทาง หรือ Distribution Pipeline จากPTTที่เป็นงานหลักแล้ว คาดว่าในไตรมาสที่ 2 หรือ 3 บริษัทฯ จะร่วมกับพันธมิตร CPP (บริษัท ไซน่า ปิโตรเลียม ไพพ์ไลน์ บูโร หรือ CPP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ไซน่า ปิโตรเลียม คอร์เปอเรชั่น( CNPC)เป็นกลุ่มบริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน  เข้าร่วมประมูลโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 4 เป็นท่อก๊าซขนาด 36 และ 42 นิ้ว เพื่อรองรับก๊าซจากโครงการสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG Terminal และรองรับโรงไฟฟ้าผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่ (IPP) ซึ่งมีกำหนดไฟฟ้าเข้าสู่ระบบในปี 2555 อีกทั้งยังมีงานก่อสร้างสถานี NGV ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น รองรับรถที่ใช้ NGV ต่อเนื่องจากงานที่บริษัทฯ ได้รับมาในปี 2551 จำนวน 14 สถานีด้วย Ž นายสมัย กล่าว

     นอกจากนี้ นายสมัย ยังได้กล่าวถึงโครงการ”ราชเพลิน”ว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมทุน ซึ่งเป็นผู้ประกอบการไทย และมีเงินสดในมือพร้อมที่จะเข้ามาซื้อหุ้น โดยบริษัทต้องการขายหุ้นให้ทั้ง 35% ที่ถืออยู่ แต่ก็ยอมรับว่าคงเป็นไปได้ยาก ดังนั้น บริษัทอาจจะคงสัดส่วนหุ้นไว้ราว 5-10% แลกกับสิทธิการรับงานก่อสร้างโครงการดังกล่าว คาดว่าดีลนี้จะเจรจาจบภายใน เม.ย.หรือ พ.ค.นี้

      ส่วนประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้บริษัทฯในปีนี้ นายสมัย กล่าวว่า บริษัทฯตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,814 ล้านบาท จากงานที่มีอยู่ในมือ (Backlog) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ทั้งในส่วนของบริษัท และบริษัทย่อย(สหการวิศวกร)จำนวน 23 โครงการมูลค่ารวม 1,501.50 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้เข้ามาในปีนี้ประมาณ 90% 

      นอกจากนี้ คาดว่าจะได้รับงานใหม่ทั้งงานภาครัฐและภาคเอกชน มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท และคาดว่าจะได้รับงานดังกล่าวในสัดส่วน 20% ซึ่งในเดือนเมษายนนี้มีงานที่อยู่ระหว่างเจรจา 2 โครงการมูลค่า 1,200 ล้านบาท  โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนนี้  ขณะที่ในส่วนของงานต่างประเทศขณะนี้มีการเจรจางานที่ประเทศโอมานมูลค่ารวม 30 ล้านบาท คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้เช่นเดียวกัน

     ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 15% ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 19.62% เนื่องจากภาวการณ์แข่งขันภายในประเทศอยู่ในอัตราที่สูง  ซึ่งงานในประเทศยังเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทฯ โดยเฉพาะงานวางท่อก๊าซธรรมชาติ  แต่ในขณะเดียวกันบริษัทฯไม่หยุดนิ่งจะแสวงหาโอกาสในการขยายงานในต่างประเทศควบคู่ไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าร่วมกับพันธมิตรเสนองานในประเทศโอมาน และในพม่า โดยได้รับงาน Long Term Contract for Piping and Steel Structural Works   และ  Steel Structure Support Flame For Wind Turbine  บนแท่นจุดเจาะน้ำมัน YADANA COMPLEX  จาก Total E&P Myanmar

       ดังนั้นเชื่อว่าแผนงานดังกล่าวที่บริษัทฯเข้าร่วมประมูลเพิ่มในครั้งนี้ จะสนับสนุนให้รายได้ในปี2552 ของบริษัทฯให้มีอัตราการเติบโตตามเป็นได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะชะลอตัวก็ตาม

      ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท เจตาแบค จำกัด ผู้ผลิตและประกอบโลหะขึ้นรูป อาทิเช่น boiler, pressure vessel, and heat exchanger จัดตั้ง บริษัท ไทยเพรสเซอร์เวสเซิลแอนด์สตีลเวิร์ค จำกัด ขึ้นเพื่อผลิตและประกอบผลิตภัณฑ์โลหะขึ้นรูป โดยบริษัทดังกล่าวจะมีทุนจดทะเบียน  20 ล้านบาท TRC ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 ส่วนบริษัท เจตาแบค จำกัด จะถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 60 ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ช่วยเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนให้กับ TRC ในอนาคตŽนายสมัย กล่าว

  อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลย้อนหลังในช่วงที่ผ่านมา นายสมัย เคยให้สัมภาษณ์ว่า TRC มีการประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้ในปี2552 ไว้ที่ระดับ 2,200 ล้านบาท  แต่ในการพบนักลงทุนในครั้งนี้ประกาศเป้ารายได้ไว้ที่ระดับ2,000 ล้านบาท ดังนั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่า บริษัทฯไม่สามารถเพิ่มรายได้รวมในปีนี้ได้ตามที่เคยประมาณการไว้ในครั้งแรก

บอร์ด TRC อนุมัติให้ TRC International ในฮ่องกง ร่วมลงทุนกับพันธมิตรต่างประเทศ จัดตั้ง 2 บริษัทย่อยในประเทศโอมาน รองรับงานด้านวิศวกรรม และรับเหมาก่อสร้างงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงาน น้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมี “สมัย ลี้สกุล” เผยถือเป็นการขยายฐานธุรกิจสู่โอมานเต็มตัว ล่าสุดคว้างานแรกงานท่อขนส่งน้ำและท่อน้ำมัน จากแหล่งขุดเจาะน้ำมัน 72 จุดไปสู่ Rima Production Center มูลค่า 1,368 ล้านบาท เชื่อหลังจากนี้จะเริ่มเข้าประมูลงานใหม่เข้ามือเพิ่มขึ้น
         นายสมัย ลี้สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRC เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2552 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2552 ได้มีมติ อนุมัติให้ TRC International Limited บริษัทย่อย ที่ประเทศฮ่องกง ร่วมลงทุนกับพันธมิตรต่างประเทศ จัดตั้งบริษัทในประเทศโอมาน 2 แห่ง เพื่อรองรับงานในประเทศดังกล่าว โดยบริษัทแรกที่จัดตั้งขึ้นใหม่ คือ TRC Engineering LLC มีทุนจดทะเบียน 150,000 Rial Omani (RO) หรือประมาณ 397,500 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการด้านวิศวกรรมและรับเหมาก่อสร้างงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงาน น้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมี โดยบริษัทดังกล่าวเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง TRC International Limited กับ พันธมิตรต่างประเทศด้วยสัดส่วนเงินลงทุนร้อยละ 60 :40 ตามลำดับ โดยมูลค่าการลงทุนของ TRC International Limited 90,000 RO หรือประมาณ238,500 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มลงทุนได้ ภายในไตรมาส 2 ของปีนี้
         ส่วนบริษัทที่สองอยู่ระหว่างการพิจารณาตั้งชื่อบริษัท จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นคู่สัญญารับงานจาก Petro Petrogas Rima L.L.C. ประเทศโอมาน หลังจากที่บริษัทฯ ได้เข้าร่วมประมูลงานในประเทศโอมานกับพันธมิตรและได้รับงานในโครงการ Construction of Flow Lines Rima Satellites Small Fields จาก Petro Petrogas Rima L.L.C. เป็นโครงการแรก โดยโครงการดังกล่าวเป็นงานออกแบบวิศวกรรม จัดซื้อ ก่อสร้าง ระบบงานท่อขนส่งน้ำและท่อน้ำมัน จากแหล่งขุดเจาะน้ำมัน 72 จุดไปสู่ Rima Production Center มีระยะเวลาการดำเนินงาน 3 ปี รวมมูลค่า 38 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 1,368 ล้านบาท ซึ่งบริษัทใหม่ที่จัดตั้งขึ้นนี้มีทุนจดทะเบียน150,000 Rial Omani (RO) หรือประมาณ 397,500 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับบริษัทแรก เป็นการร่วมลงทุนระหว่าง TRC International Limited ร่วมกับพันมิตรต่างประเทศด้วยสัดส่วนเงินลงทุนร้อยละ 60 ต่อ 40 ตามลำดับ โดยมูลค่าการลงทุนของ TRC International Limited เท่ากับ 90,000 RO หรือประมาณ 238,500 ดอลลาร์สหรัฐเช่นเดียวกัน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2/2552 เป็นต้นไป
         นายสมัย กล่าวอีกว่า การตั้งบริษัทย่อยทั้งสองแห่งขึ้นในประเทศโอมาน ถือเป็นหนึ่งในหลายโครงการสำคัญที่รองรับนโยบายขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ไปสู่งานต่างประเทศตามเป้าหมายที่วางไว้ และสองบริษัทใหม่ที่ตั้งขึ้นนี้ เป็นการรองรับการขยายธุรกิจในตะวันออกกลางที่คาดว่าจะขยายตัวชัดเจนมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากยังมีงานอยู่ในตลาดเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นถือเป็นการสานต่อนโยบายของบริษัทฯ ที่ได้วางนโยบายจะขยายงานออกสู่ต่างประเทศควบคู่กับงานในประเทศด้วย ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทได้รับงานในสาธารณรัฐเมียนมาร์แล้ว เป็นงาน Long Term Contract for Piping and Steel Structural Works และ Steel Structure Support Flame For Wind Turbine บนแท่นจุดเจาะน้ำมัน YADANA COMPLEX จาก Total E&P Myanmar และหลังจากนี้คาดว่าจะได้รับงานอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นในอนาคต
         “ถึงแม้ว่าปีนี้จะเห็นการขยายงานออกสู่ต่างประเทศชัดเจนขึ้นแต่งานในประเทศยังเป็นตลาดหลักของเรา โดยเฉพาะงานวางท่อก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นงานที่เราถนัดและฝากฝีมือในวงการนี้มายาวนาน ในปีนี้ก็ยังมีต่อเนื่องและมีงานใหม่เข้ามาเพิ่มด้วย โดยนอกจากงานท่อขนาดเล็กเพื่อส่งไปยังผู้ใช้ปลายทาง หรือ Distribution Pipeline จาก บมจ. ปตท. ที่เป็นงานหลักแล้วก็ยังมีงานก่อสร้างสถานี NGV ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น รองรับรถที่ใช้ NGV ต่อเนื่องจากงานที่บริษัทฯ ได้รับมาในปี 2551 จำนวน 14 สถานีด้วย’ นายสมัยกล่าว
         ณ สิ้นปี 2551 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีงานในมือรวม 23 โครงการ มูลค่างานที่ยังไม่รับรู้รายได้ 1,502 ล้านบาท และล่าสุด TRC เพิ่งจะได้รับงานใหม่เป็นงานวางระบบท่อส่งก๊าซเพื่อต่อขยายระบบท่อ หินกอง ระยะที่ 2 เป็นงาน EPC (Engineering, Procurement and Construction) ที่อำเภอหินกอง จังหวัดสระบุรี ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รวมมูลค่า 267 ล้านบาท มีระยะเวลาก่อสร้าง ประมาณ 400 วัน ในปีนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายจะผลักดันรายได้ให้ถึง 2,000 ล้านบาทจากที่เคยทำได้ 1,814 ล้านบาทในปีก่อน
http://www.ryt9.com/s/prg/564811/

…หลังจากห่างหายไปนาน พร้อมหน้าที่การงานใหม่ …

…และเฝ้าดูTRCอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ…

…รู้สึกว่า มีข้อมูลข่าวสารที่น่าจะมาupdateเอาไว้บ้าง…

…เพื่อไม่ให้TRCFanclubคิดว่า ผมทิ้งไปซะแล้ว…

…ยืนยันยังรักเหมือนเดิม 3ปีมิมีเปลี่ยน…

Finance Minister, Dr. Shamsuddeen Usman , has called for a closer cooperation between Nigeria and the Kingdom of Thailand.

Usman who paid an official visit to the kingdom between July 8 and 9 this year said a closer cooperation between Nigeria and Thailand was imperative in order to grow the economic and trade relationships between the two countries particularly in the energy sector.

During the visit, the Finance minister visited the offices and facilities of PTT Public Company Limited in Bangkok and Rayong, and held a meeting and luncheon with senior executives of the company.

At present, trade relationships between Nigeria and Thailand are concentrated on rice exports, as Nigeria is consistently a top three importer of Thai rice and also the biggest African importer of the product.

THISDAY learnt at the weekend in Abuja that the minister also during the visit formally invited PTT Public Company to invest in the power and gas sectors in the country.

PTT Public Company is part of Asia-Africa Energy Limited, a member of the consortium of Rainbow Power Limited.

Currently, Rainbow Power Limited (RPL) is planning to invest in the power and gas sector in Nigeria. The company plans to construct a power plant of up to 1,000 megawatt, a petrochemical plant and a fertilizer plant.

Also, on the priority of the consortium is the export of Liquefied Natural Gas from Nigeria to Thailand.

Nigeria has one of the highest natural gas reserves in the world. A closer relationship between the two countries in the energy sector will be a great complement as both Nigeria and Thailand have similar climates and landscape.

Already, Nigeria is being seen as an alternative market and a jump of point for Thailand based companies seeking to expand their markets in Africa.

The proposed investment of Rainbow Power Limited and consortium member PTT Plc in Nigeria may just be the first among the other Thai investments that may follow in the country.

Other potential investments that may come from the country are in the areas of hospitality and tourism industry, medical sector, agriculture and manufacturing among others.

reserves of 185 trillion cubic feet, is naturally one of the highly targeted markets and is the best place to invest.

http://allafrica.com/stories/200807211247.html

JOHANNESBURG, SOUTH AFRICA, Jul 24 (MARKET WIRE) —
Researched by Industrial Info Resources (Sugar Land, Texas) — Rainbow
Power Limited (Bangkok, Thailand), a consortium made of companies Rainbow
Energy Limited, PTT Public Company Limited (BAK:PTT) (Bangkok) and
Transglobal Energy Funds (Singapore), has proposed a $2 billion
investment, depending on federal government approval, into the power,
gas, petrochemical and agriculture sectors of Nigeria. Rainbow Power
Limited would benefit by being able to acquire 20% of Nigeria National
Petroleum Corporation’s (NNPC) (Abuja) shares in Brass LNG (Lagos), the
Nigerian liquefied natural gas producer and supplier, as well as a
minimum of 20% of Brass LNG’s production to help provide for Thailand’s
gas needs. Currently NNPC holds 49% of Brass LNG, while ConocoPhillips
(NYSE:COP) (Houston, Texas), ENI (NYSE:E) (Milan, Italy) and Total
(NYSE:TOT) (Paris, France) hold 17% each.

http://www.reuters.com/article/pressRelease/idUS109383+24-Jul-2008+MW20080724

A group of Thai companies made up of Rainbow Energy PTT and Transglobal Energy Funds (TRC) has set aside $2 billion to invest in Nigeria’s energy sector if Federal Government approves investment proposal. They are to invest in power sector, gas, petrochemical, and agriculture.

The Thai company, under the umbrella of Rainbow Power Limited has also pledged to assist the Nigeria Federal Government in addressing the epileptic power generation and supply through construction of 3 new power stations which will generate 1000 mega watts of electricity.

The Thai group met with the VP, Goodluck Jonathan, finance minister, Shamsudeen Usman, Energy minister of state for power, Fatima Ibrahim, they plan to set up a petrochemical company in Brass, build a fertilizer plan in Delta State and 3 new power plants in Ajaokuta, Abuja and Kano that will generate 1000 mega watts of electricity for Nigeria.

Nigeria requires over 10,000 mega watts of electricity, it generates less than 1000 with Federal Government.

http://www.waydownhere.com/thailand-group-to-invest-2-billion-in-nigeria/

บมจ.ผลิตไฟฟ้า (EGCO) เข้าร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้า SPP ขนาด 45 เมกะวัตต์ ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง มูลค่าลงทุน 2 พันล้านบาท เป็นการร่วมทุนระหว่างบมจ.ปตท. (PTT) และบมจ.ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น(TRC) โดย PTT และ EGCO จะถือหุ้นในสัดส่วน 35% เท่ากัน ส่วน TRC ถือหุ้น 30%

นอกจากนี้ บริษัทยังศึกษาการลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วนี้ว่าขนาดการลงทุนที่คุ้มค่าควรเป็นเท่าใด และโครงการแปรสภาพขยะให้เป็นพลังงาน ที่ขณะนี้ได้รับข้อตกลงจากทางเทศบาลภูเก็ตที่จะส่งขยะป้อนให้แล้ว และอยู่ระหว่างเสนอโครงการให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา
สำหรับการลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ EGCO ยังศึกษาความเป็นไปได้ ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าน้ำอูในลาว, โรงไฟฟ้าเกาะกง กัมพูชา และโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในฟิลิปปินส์