T R C fan club

ดึงพาร์ทเนอร์ใน-ตปท.เสริม

Posted on: วันศุกร์,1 พฤษภาคม, 2009

ทันหุ้น  เดินหน้าหาทางออกให้กับบริษัท กระโดดเกาะพาร์เนอร์ท  CLOUGH Ž ในประเทศไทย ร่วมลงทุน หวังต่อยอดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจในอนาคต ด้านŽสมัย ลี้สกุลŽตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 2,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนมีรายได้ 1,814 ล้านบาท เหตุBack log ในมือมีตุ้นเพียบกว่า 1,500 ล้านบาท รับรู้เข้ามากว่า90% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นที่ 15% ชี้ไม่ถึงฝัน ลดลงจากปีก่อนที่19.62% ส่วนโครงการราชเพลิน ลุ้นหาเพื่อนคู่ใจคนใหม่ ฝันดีลจะจบเดือนพ.ค.นี้

     นายสมัย ลี้สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) TRC เปิดเผยว่า บริษัทฯมีแผนร่วมลงทุนกับบริษัท CLOUGH ในประเทศไทย ซึ่งมีบริษัทแม่อยู่ในประเทศออสเตรเลีย เพื่อร่วมทุนจัดตั้งบริษัทใหม่ในสัดส่วน 50:50 และคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนเม.ย.นี้  โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มทยอยรับงานภายในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้เพื่อขยายงานแท่นขุดเจาะก๊าซในทะเล โดยธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่มีมาร์จิ้นสูง

     นอกจากนี้ บริษัทได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท อเมซอน เอนเนอยี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทฯจากประเทศไนจีเรีย ทั้งนี้เป็นการต่อยอดธุรกิจ ในการเข้าประมูลงานในประเทศดังกล่าว โดยบริษัทฯได้ยื่นประมูลไปแล้วกว่า 5 โครงการ ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวม 1,200 -1,500 ล้านบาท

    เรามองว่าแนวโน้มของเศรษฐกิจโลก ในช่วงไตรมาส 2- 3/2552 ยังน่าเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจของประเทศตะวันออกกลาง และสิงคโปร์ แต่ทั้งนี้บริษัทฯได้พยายามเดินหน้าและขยายการรับงานไปยังงาน off shore มากขึ้น ซึ่งงานดังกล่าวเป็นงานที่ไม่ค่อยมีคู่แข่งมาก ดังนั้นถ้าเราดีลจบกับ CLOUGH ได้ใน 2-3 ปีข้างหน้าเราก็คงจะมีงานเพิ่มขึ้น” นายสมัย กล่าว

     สำหรับงบการลงทุนในปีนี้ บริษัทเตรียมงบลงทุนไว้ 80 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้า SPP ที่ลาดกระบังของกลุ่ม PTT และ EGCO ที่ร่วมถือหุ้นกันสัดส่วน 35%

    ในปี 2552 งานในประเทศยังเป็นตลาดหลักของเรา โดยเฉพาะงานวางท่อก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นงานที่เราถนัดและฝากฝีมือในวงการนี้มายาวนาน ในปีนี้ก็ยังมีต่อเนื่องและมีงานใหม่เข้ามาเพิ่มด้วย โดยนอกจากงานท่อขนาดเล็กเพื่อส่งไปยังผู้ใช้ปลายทาง หรือ Distribution Pipeline จากPTTที่เป็นงานหลักแล้ว คาดว่าในไตรมาสที่ 2 หรือ 3 บริษัทฯ จะร่วมกับพันธมิตร CPP (บริษัท ไซน่า ปิโตรเลียม ไพพ์ไลน์ บูโร หรือ CPP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ไซน่า ปิโตรเลียม คอร์เปอเรชั่น( CNPC)เป็นกลุ่มบริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน  เข้าร่วมประมูลโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 4 เป็นท่อก๊าซขนาด 36 และ 42 นิ้ว เพื่อรองรับก๊าซจากโครงการสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG Terminal และรองรับโรงไฟฟ้าผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่ (IPP) ซึ่งมีกำหนดไฟฟ้าเข้าสู่ระบบในปี 2555 อีกทั้งยังมีงานก่อสร้างสถานี NGV ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น รองรับรถที่ใช้ NGV ต่อเนื่องจากงานที่บริษัทฯ ได้รับมาในปี 2551 จำนวน 14 สถานีด้วย Ž นายสมัย กล่าว

     นอกจากนี้ นายสมัย ยังได้กล่าวถึงโครงการ”ราชเพลิน”ว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมทุน ซึ่งเป็นผู้ประกอบการไทย และมีเงินสดในมือพร้อมที่จะเข้ามาซื้อหุ้น โดยบริษัทต้องการขายหุ้นให้ทั้ง 35% ที่ถืออยู่ แต่ก็ยอมรับว่าคงเป็นไปได้ยาก ดังนั้น บริษัทอาจจะคงสัดส่วนหุ้นไว้ราว 5-10% แลกกับสิทธิการรับงานก่อสร้างโครงการดังกล่าว คาดว่าดีลนี้จะเจรจาจบภายใน เม.ย.หรือ พ.ค.นี้

      ส่วนประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้บริษัทฯในปีนี้ นายสมัย กล่าวว่า บริษัทฯตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,814 ล้านบาท จากงานที่มีอยู่ในมือ (Backlog) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 ทั้งในส่วนของบริษัท และบริษัทย่อย(สหการวิศวกร)จำนวน 23 โครงการมูลค่ารวม 1,501.50 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้เข้ามาในปีนี้ประมาณ 90% 

      นอกจากนี้ คาดว่าจะได้รับงานใหม่ทั้งงานภาครัฐและภาคเอกชน มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท และคาดว่าจะได้รับงานดังกล่าวในสัดส่วน 20% ซึ่งในเดือนเมษายนนี้มีงานที่อยู่ระหว่างเจรจา 2 โครงการมูลค่า 1,200 ล้านบาท  โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนนี้  ขณะที่ในส่วนของงานต่างประเทศขณะนี้มีการเจรจางานที่ประเทศโอมานมูลค่ารวม 30 ล้านบาท คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้เช่นเดียวกัน

     ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 15% ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 19.62% เนื่องจากภาวการณ์แข่งขันภายในประเทศอยู่ในอัตราที่สูง  ซึ่งงานในประเทศยังเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทฯ โดยเฉพาะงานวางท่อก๊าซธรรมชาติ  แต่ในขณะเดียวกันบริษัทฯไม่หยุดนิ่งจะแสวงหาโอกาสในการขยายงานในต่างประเทศควบคู่ไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าร่วมกับพันธมิตรเสนองานในประเทศโอมาน และในพม่า โดยได้รับงาน Long Term Contract for Piping and Steel Structural Works   และ  Steel Structure Support Flame For Wind Turbine  บนแท่นจุดเจาะน้ำมัน YADANA COMPLEX  จาก Total E&P Myanmar

       ดังนั้นเชื่อว่าแผนงานดังกล่าวที่บริษัทฯเข้าร่วมประมูลเพิ่มในครั้งนี้ จะสนับสนุนให้รายได้ในปี2552 ของบริษัทฯให้มีอัตราการเติบโตตามเป็นได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะชะลอตัวก็ตาม

      ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท เจตาแบค จำกัด ผู้ผลิตและประกอบโลหะขึ้นรูป อาทิเช่น boiler, pressure vessel, and heat exchanger จัดตั้ง บริษัท ไทยเพรสเซอร์เวสเซิลแอนด์สตีลเวิร์ค จำกัด ขึ้นเพื่อผลิตและประกอบผลิตภัณฑ์โลหะขึ้นรูป โดยบริษัทดังกล่าวจะมีทุนจดทะเบียน  20 ล้านบาท TRC ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 ส่วนบริษัท เจตาแบค จำกัด จะถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 60 ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ช่วยเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนให้กับ TRC ในอนาคตŽนายสมัย กล่าว

  อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลย้อนหลังในช่วงที่ผ่านมา นายสมัย เคยให้สัมภาษณ์ว่า TRC มีการประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้ในปี2552 ไว้ที่ระดับ 2,200 ล้านบาท  แต่ในการพบนักลงทุนในครั้งนี้ประกาศเป้ารายได้ไว้ที่ระดับ2,000 ล้านบาท ดังนั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่า บริษัทฯไม่สามารถเพิ่มรายได้รวมในปีนี้ได้ตามที่เคยประมาณการไว้ในครั้งแรก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: